สำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อยติดอาวุธทางปัญญาให้ คพรฟ.คพรต.

สำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตรียมติดอาวุธทางปัญญา ให้คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าและคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล ผู้นำท้องที่ ผู้แทนส่วนราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าวังน้อย พร้อมจัดสัมมนาเพิ่มศักยภาพ บทบาทหน้าที่การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้า และช่วยขับเคลื่อนพัฒนาชุมนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 นายพินิจ นิลกัณหะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะสำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในโอกาสที่นำคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า(คพรฟ.) วังน้อย คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล (คพรต.) ผู้นำท้องที่ ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จำนวนประมาณ 200 คน มาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินงาน กระบวนการผลิต และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าวังน้อย พร้อมกันนี้ได้แนะนำโครงการโรงไฟฟ้าที่จะสร้างใหม่ โดยมี นายวชิระ วุฒิเวทย์ วิศวกรระดับ 11 ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสเดียวกันนี้ได้มีพิธีเปิดการประชุมสัมมนา โครงการพัฒนาศักยภาพ คพรฟ. คพรต. และผู้ที่เกี่ยวข้อง ประจำปี 2560 เรื่องบทบาทหน้าที่การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้ามาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อโรงไฟฟ้า และร่วมกันพัฒนาพื้นที่ประกาศแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยมี ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา ณ ห้องประชุม 109 อาคารที่ทำการโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายพินิจ นิลกัณหะ กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าวังน้อย ได้นำเงินส่วนหนึ่งส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย 1 สตางค์ ต่อ 1 หน่วยของการผลิตไฟฟ้า โดยปี 2559 ที่ผ่านมาได้นำเงินส่งจำนวน 53 ล้านบาท เพื่อที่จะนำเงินไปพัฒนาหมู่บ้าน ทั้งนี้โรงไฟฟ้าไม่ได้เป็นเจ้าของเงินซึ่งเป็นเงินภาษีของการผลิตไฟฟ้า ที่ต้องจ่ายเข้ากองทุน เพื่อไปพัฒนาชุมชนรอบๆโรงไฟฟ้า ซึ่งทุกท่านก็เป็นกลไกลที่สำคัญที่จะพัฒนาชุมชนให้เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นการเพิ่มศักยภาพในการจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อที่จะเพิ่มพลังสมอง และเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับทุกท่าน เพื่อให้ได้ประโยชน์กับหมู่บ้านสูงสุด

นายพินิจ นิลกัณหะ กล่าวต่อไปว่า ผมเคยเป็น คพรฟ. อยู่ 2 ปี ได้เห็นกองทุนมีการพัฒนาขึ้น เมื่อก่อนโรงไฟฟ้าวังน้อยสามารถผลิตไฟฟ้าได้มาก แต่ช่วงหลังๆ โรงไฟฟ้าเริ่มเก่าลง โรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น โรงไฟฟ้าอุทัย โรงไฟฟ้าหนองแค โรงไฟฟ้าวังน้อยบล็อกที่ 4 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้ารุ่นใหม่ ใช้เครื่องยนต์และเชื้อเพลิงน้อยกว่าในการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้นทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ ก็ให้เดินเครื่องเฉพาะโรงไฟฟ้าที่สร้างใหม่ ส่วนโรงไฟฟ้าเก่า ก็ให้หยุดเดินเครื่องไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ภาระต้นทุนค่าไฟแพง ไปตกอยู่กับประชาชนผู้ใช้ไฟ สำหรับโรงไฟฟ้าวังน้อย เดิมมี 4 โรง แต่ปัจจุบันได้เดินเครื่อง 1 โรง คือโรงใหม่บล็อก 4 ส่วนอีก 3 โรงที่เหลือเดินเครื่องเฉพาะในเวลาที่ไฟฟ้าขาดแคลนหรือยามฉุกเฉินเท่านั้น ซึ่งเมื่อก่อนโรงไฟฟ้าวังน้อยเคยนำส่งเงินที่ผลิตไฟฟ้า 100 ล้านบาทต่อปี แต่ขณะนี้เหลือยู่ประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันเรามีโรงไฟฟ้าอุทัย และโรงไฟฟ้าหนองแคที่เป็นคู่แข่งที่เราไม่ได้เป็นเสือนอนกิน ดังนั้นโรงไฟฟ้าวังน้อยจึงจำเป็นที่จะต้องทยอยสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เป็นโรงที่ 5 และ 6 เพื่อมาทดแทนโรงที่ 1,2,3 ที่จะหมดอายุ โดยโรงไฟฟ้าจะมีอายุ 25 ปี สำหรับโรงที่ 1,2 อายุเกือบ 20 ปี แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นภาระของต้นทุนมาก ก็จะทำการปลดออกจากระบบก่อนกำหนด 2 ปี คือมีอายุ 23 ก็จะถูกปลดออก ดังนั้น จึงต้องขอความร่วมมือพวกเราได้ทำความเข้าใจกับชุมชน ที่จะต้องมีการทำประชาคมถามชุมชนแถวนี้ว่ายินยอมที่จะให้สร้างโรงไฟฟ้าใหม่หรือไม่ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเก่า ซึ่งเงินกองทุนก็จะได้มากกว่าเดิม

อนึ่ง กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน กกพ. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน ซึ่งมีพื้นที่ประกาศมีสิทธิได้รับประโยชน์จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า จำนวน 12 ตำบล ในเขต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสระบุรี จำนวน 100 หมู่บ้าน ตั้งแต่ปี 2555-2560 มีการสนับสนุนงบประมาณให้กับประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 958 โครงการ เป็นเงิน 451 ล้านบาท ซึ่งการจัดทำโครงการชุมชนจะดำเนินการโดย คพรต. และผู้นำในท้องที่ ผ่านเวทีประชาคม


ผู้รับผิดชอบข้อมูล : นายกิตติ ศุกร์แดง(ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย)

ผู้ดูแลข้อมูล : นางพิริยา เสนะรัตน์ โทร.02-4368747 ต่อ 2040 email : phiriya.s@egat.co.th (หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์)

ผู้ดูแลเว็บไซต์ : นายนรเศรษฐ์ ธนาเดชาพงศ์ โทร.02-4368747 ต่อ 2080 email : norasaet.tha@egat.co.th (เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ)