โรงไฟฟ้าวังน้อย · Wangnoi Power Plant

ข่าวสารและกิจกรรม

ครม.ไฟเขียว ให้ กฟผ. ใช้พื้นที่ป่าชายเลนโครงการ รฟ.บางปะกง

22 พฤศจิกายน 2561

ครม.ไฟเขียว ให้ กฟผ. ใช้พื้นที่ป่าชายเลน โครงการ รฟ.บางปะกง  ทดแทนเครื่องที่ 1-2

พร้อมเห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ

 

           เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561  ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติ ดังนี้

           

เรื่อง ขออนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณ                   คลองบางนาง แม่น้ำบางปะกง  จังหวัดฉะเชิงเทรา  สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทนเครื่องที่ 1 – 2) โดยอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับป่าชายเลน

  1. เห็นชอบให้กระทรวงพลังงาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) ได้รับยกเว้นการปฏิบัติ 

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 (เรื่อง การจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนประเทศไทย)  วันที่ 23 กรกฎาคม 2534 (เรื่อง รายงานศึกษาสถานภาพปัจจุบันของป่าไม้ชายเลนและปะการังของประเทศ) วันที่ 22 สิงหาคม 2543 (เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าชายเลน) เพื่อให้การไฟฟ้าผลิตแห่งประเทศไทยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าชายเลนในการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทนเครื่องที่ 1 – 2) เนื้อที่ 2,305 ตารางเมตร และให้กระทรวงพลังงาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) รับความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และ             สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

  1. ให้กระทรวงพลังงาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)  ดำเนินการตามระเบียบ

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทนเพื่อการอนุรักษ์หรือรักษาสภาพแวดล้อม กรณีการดำเนินการโครงการใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐที่มีความจำเป็นต้องเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน พ.ศ. 2556 อย่างเคร่งครัด  โดยจัดสรรงบประมาณให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทน ไม่น้อยกว่า 20 เท่าของพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้ประโยชน์

  1. ให้กระทรวงพลังงาน (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) เร่งรัดดำเนินการโครงการ

โรงไฟฟ้าบางปะกง  (ทดแทนเครื่องที่ 1-2) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ทันภายในเดือนเมษายน 2562 ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2579 ต่อไป

  1. ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ สำรวจพื้นที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างหรือ  

ดำเนินโครงการลงทุนอย่างละเอียดรอบคอบก่อนดำเนินการว่ามีพื้นที่ที่เข้าข่ายจะต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรี            เพื่อเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยหรือไม่ โดยหากมีความจำเป็นต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาพร้อมกับการเสนอขออนุมัติ/เห็นชอบโครงการลงทุน  เพื่อให้คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการลงทุนในภาพรวมได้อย่างรอบด้านและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดความล่าช้าหรือเป็นเหตุให้มีอันต้องหยุดชะงักลง

 

เรื่อง  มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ

                    คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่กระทรวงการคลังอนุมัติให้ขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2562 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์ม ปี 2561 ในกรอบวงเงิน 525,000,000 บาท โดยให้กรมการค้าภายในพิจารณาทบทวนการกำหนดปริมาณ เป้าหมาย และวงเงินค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมสอดคล้องกับระยะเวลาในการดำเนินการโครงการ รวมทั้งดำเนินการและตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการ โครงการเร่งรัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ ที่คณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการและหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วนถูกต้องทุกขั้นตอน

                สำหรับการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายขอให้กรมการค้าภายในปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอใช้งบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อแก้ไขหรือเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายในบางกรณี พ.ศ. 2559 ข้อ 3 ที่กำหนดว่าส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อแก้ไขหรือเยียวยา ตามหลักมนุษยธรรมในความเดือดร้อนเสียหายทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประชาชนหรือของผู้ประสบภัยอันเป็นสาธารณภัย ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทำให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ในกรณีที่การขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางในลักษณะงบดำเนินการ ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมอัตราค่าใช้จ่ายก่อน แล้วขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

สาระสำคัญของเรื่อง

                มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

            1. การใช้น้ำมันปาล์มดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้า

                                1.1   วิธีการ  กระทรวงพลังงาน (พน.) โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

(กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากพื้นที่แหล่งผลิตที่สำคัญ เช่น กระบี่  สุราษฎร์ธานี ชุมพร เป็นต้น  เพื่อนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

                                1.2   เป้าหมาย กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 160,000 ตัน ภายในระยะเวลา            2 – 3 เดือน เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 576 ล้านหน่วย

                                1.3   วงเงินชดเชยส่วนต่าง  กฟผ. ขอรับเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงกับรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้า ในวงเงิน 525ล้านบาท

                                1.4   ระยะเวลารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ  พฤศจิกายน 2561 – กุมภาพันธ์ 2562              (รวมระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560)

                                1.5   ระยะเวลาโครงการ พฤศจิกายน 2561 – พฤษภาคม 2562

                                1.6   ประมาณการจ่ายจากงบกลางฯ

 

                                                                                                                                     หน่วย : ล้านบาท

ปี 2561

ปี 2562

รวม

ธันวาคม

มกราคม

กุมภาพันธ์

มีนาคม

เมษายน

พฤษภาคม

-

-

175

175

175

-

525

 

 

 

 

                               

1.7  หน่วยงานดำเนินการ กฟผ.

                                1.8  หน่วยงานเบิกจ่ายเงิน กรมการค้าภายใน

                                1.9  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                                                (1)   ปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินในระบบลดลงไม่น้อยกว่า 160,000 ตันส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์ม ความต้องการใช้และสต็อกน้ำมันปาล์มในประเทศอยู่ในระดับสมดุล

                                                (2)   ราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มหลังดำเนินมาตรการปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาก่อนดำเนินมาตรการและมีเสถียรภาพมากขึ้น

                                                (3)   เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก ช่วยสร้างโอกาสและช่องทางการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยในระยาว

                                2.  การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ

                                                2.1 วิธีการและวงเงินสนับสนุน คงหลักการตามมาตรการเดิมที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบให้ พณ. ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในกรอบวงเงิน 525 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ  ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ส่งออกไม่เกินกิโลกรัมละ 1.75 บาท

                                                2.2  กรอบระยะเวลาและเงื่อนไขราคา มอบคณะอนุกรรมการบริหารและกำกับดูแลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ ที่ กนป. แต่งตั้ง พิจารณาบริหารและกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการอนุมัติงบกลางและสถานการณ์การผลิตการตลาดที่ปรับเปลี่ยนต่อไป

                                                2.3 หน่วยงานดำเนินการ กรมการค้าภายใน

                                                2.4 หน่วยงานเบิกจ่ายเงิน กรมการค้าภายใน