โรงไฟฟ้าวังน้อย · Wangnoi Power Plant
ข่าวสารและกิจกรรม
18 พฤษภาคม 2563
ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบ Video Conference ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้
เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้ พน. รับความเห็นของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงอุตสาหกรรมไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
พน. เสนอว่า
1. ด้วยนโยบาย Thailand 4.0 ที่กำหนดให้ยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่หรือยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ ข้อ 3.6 ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานซึ่งส่งเสริมให้มีการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย ประกอบกับ พน. ได้มีนโยบาย Energy 4.0 ในการออกมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ และการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานด้วยการให้เงินทุนสนับสนุนการก่อสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า
2. กฟผ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัด พน. เป็นส่วนหนึ่งในการตอบสนองนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีบทบาทในการจัดเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Preparation) เช่น กำหนดมาตรฐานของสถานีอัดประจุไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบรวดเร็วและโครงการนำร่องสาธิตการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า นอกจากนี้ ในอนาคต กฟผ. จะนำยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ในกิจการทุกภาคส่วนของ กฟผ. ผ่านแผนแม่บทการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในประเทศ
3. โครงการนำร่องสาธิตการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งเป็นแผนส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อรองรับแผนขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 – 2579 ซึ่งได้ดำเนินการโครงการใช้งานรถมินิบัสไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า ในพื้นที่สำนักงาน กฟผ. และโรงไฟฟ้า กฟผ. จำนวน 8 แห่ง ดังนี้
สถานที่ มินิบัสไฟฟ้า (คัน) Quick Charger (สถานี) Normal Charger (สถานี)
1. โรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 1 1
2. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 2 2 2
3. โรงไฟฟ้าน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 1 1 1
4. โรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา 1 1 1 5. โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา 1 1 1
6. โรงไฟฟ้าลำตะคองฯ จังหวัดนครราชสีมา 1 1 1
7. โรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 1 1 1 8. สำนักงานกลาง และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. จังหวัดนนทบุรี 3 4 3
รวม 11 12 11
4. กฟผ. พิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่ในปัจจุบัน กฟผ. ไม่สามารถให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่บุคคลทั่วไปได้ ดังนั้น เพื่อสนองต่อนโยบายภาครัฐดังกล่าวข้างต้น เสริมสร้างภาพลักษณ์ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า และเพื่อให้การใช้ทรัพยากรของ กฟผ. เกิดประโยชน์สูงสุด สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2512 เพื่อกำหนดให้ผู้ใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ. เป็นผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า อันจะทำให้ กฟผ. สามารถนำสถานีอัดประจุไฟฟ้ามาดำเนินการในเชิงพาณิชย์กับยานยนต์ของประชาชนได้
5. คณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 มีมติเห็นชอบกับการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
6. ผลกระทบของการดำเนินงานของ กฟผ. ดังกล่าว จะเป็นการลดภาระการก่อสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่จะนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในกิจการ ซึ่ง กฟผ. มีศักยภาพในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพในการให้บริการ ทั้งนี้ จะมีการตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในทุกพื้นที่และทุกภาคของประเทศทำให้คนไทยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ การใช้พลังงานไฟฟ้าจะสามารถลดการปล่อยมลพิษที่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์จึงช่วยลดปัญหาเรื่องมลภาวะและภาวะโลกร้อนได้
จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาเพื่อดำเนินการ
สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้ กฟผ. สามารถจัดส่งหรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นผู้ใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ.