โรงไฟฟ้าวังน้อย · Wangnoi Power Plant

ข่าวสารและกิจกรรม

kickoff นำระบบ mms เข้าใช้งานที่ รฟ. วังน้อยชุดที่4

01 พฤศจิกายน 2565

 

 

โรงไฟฟ้าวังน้อย Kickoff นำระบบ Maintenance Management System (MMS) เข้าใช้งานที่โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย

 

 

 

 

   

 

 

    

 

 

   

 

 

   

 

 

   

 

 

 

 

         วันที่ 18 ตุลาคม 2565 นายทินกร ลิมปนสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย (อฟว.) เป็นประธานในพิธีเปิด การนำระบบ Maintenance Management System (MMS) เข้าใช้งานที่โรงไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 อย่างเป็นทางการ (Go-live)  โดยได้รับเกียรติจาก นายรังสิต แก้วหวังสกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้า (อหฟ.) พร้อมผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าวังน้อย ร่วมงาน ณ ห้องประชุม Happy room  อาคาร CCCR  ทั้งนี้ โดยได้รับความร่วมมือจาก 3 สายงานรองผู้ว่าการ ได้แก่  รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า รองผู้ว่าการบริหาร และรองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง  ที่ได้ร่วมประสานงานกันในการดำเนินการนำระบบ MMS เข้าใช้งานในครั้งนี้

         อฟว. กล่าวว่า ตามที่โรงไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 ได้นำระบบ MMS เข้าใช้งาน โดยได้มีการดำเนินการ และเตรียมข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งเป็นระบบที่ต่อยอดจากระบบการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาเดิม โดยระบบใหม่ที่นำเข้าใช้งานนี้เป็น Platform ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบงานเดิมของ กฟผ. ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ระบบงานด้านบัญชี ระบบจัดซื้อ จัดหา-พัสดุ ระบบ HR การเชื่อมต่อข้อมูลทางด้าน Engineering และระบบต่างๆ ของ กฟผ.

         สำหรับการดำเนินการนำระบบ MMS เข้าใช้ในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ให้ก้าวสู่การเป็น Digital Power Plant โดยการนำเทคโนโลยี Digital มาสนับสนุนในการสร้างกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานมากยิ่งขึ้น นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนางานด้านการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ในรูปแบบ Digital Transformation ให้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

         อหฟ. กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนการปฏิบัติงานของสายงาน รฟว. ในเรื่อง Innovative and Modernized Power System ที่มีความต้องการผลิตกระแสไฟฟ้าและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภายใต้ Disruptive Technology โดยได้มีการพัฒนาขีดความสามารถทางดิจิทัล (Digital Capability) ในส่วนของ Operational Efficiency เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ และปรับปรุงกระบวนการทํางานให้เป็นแบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น โดยการใช้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและนํา Power Digital Solutions มาสนับสนุนงานด้านการเดินเครื่อง บํารุงรักษา วางแผน และประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่ม Productivity เพิ่มความสามารถในการทํากําไรของโรงไฟฟ้า รักษาประสิทธิภาพการผลิต มีความพร้อมจ่ายความสามารถในงานบํารุงรักษา และความน่าเชื่อถือได้สูงขึ้น ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับระบบ AI ในอนาคตอันใกล้นี้

        สำหรับ สายงาน รวฟ.  ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ซึ่งจากเดิมที่ใช้งานระบบ SAP มาเป็น MMS (Maximo) โดยได้มีการนําร่องระบบ MMS เข้าใช้งานที่ SBK-C4 เป็นแห่งแรก ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการ Implement และ Go-live ระบบแล้วเสร็จที่ BPK-C1, MMT-14, SNR-H และ TTN-H และปัจจุบันได้มีการ Implement ระบบ และจะนำเข้าใช้งานจริง Go-live อีกจำนวน 15 โรงไฟฟ้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการสินทรัพย์ในงานเดินเครื่องและบํารุงรักษาโรงไฟฟ้าในรูปแบบของโปรแกรม Maximo นั้น สามารถนําไปสนับสนุนงานเดินเครื่องและบํารุงรักษาโรงไฟฟ้าฯ ของสายงาน รวฟ. ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน และบรรลุเป้าหมายของ กฟผ. ในการสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยในอนาคต