....ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ แต่เดิมมา โยมก็ได้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสแลได้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะด้วยวิธีนั้นๆ อยู่แล้ว ฉะนั้น บัดนี้โยมได้เถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว จึงขอมอบตัวแด่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสงฆ์เจ้า กับจะได้จัดการให้ความคุ้มครองรักษาพระพุทธศาสนา โดยชอบธรรมตลอดไป ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงทรงจำไว้ด้วยดีว่า โยมเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเถิด.....
พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
สำหรับโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 เนื่องในโอกาสมหามงคลวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 76 พรรษา 5 ธันวาคม 2546 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยขึ้น โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2547 เพื่อสนับสนุนพระภิกษุและสามเณรให้มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาชั้นสูง จากสถาบันพระพุทธศาสนาในประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และกองบาลีสนามหลวง
วัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้พระภิกษุและสามเณร ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งแตกฉาน และสร้างความร่มเย็นในสังคมด้วยการที่มีหลักพุทธธรรมที่ถูกต้องเป็นแกน รวมทั้งจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เป็นหลักทางจิตใจและความคิดของประชาชน
การให้ทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยจะมอบให้แก่สถาบันการศึกษาหรือผู้รับพระราชทานทุนโดยตรง ประกอบด้วย 1. ทุนการศึกษาระดับเปรียญธรรม 6, 7, 8 และ 9 กำกับดูแลโดยกองบาลีสนามหลวง 2. ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก กำกับดูแลโดยมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย 3. ทุนพระธรรมทูต กำกับดูแลโดยกองงานพระธรรมทูต 4. ทุนสำนักเรียน กำกับดูแลโดยกองบาลีสนามหลวง 5. ทุนพระวิปัสสนาจารย์ กำกับดูแลโดยศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ 6. โครงการฝึกอบรมพระนักเทศน์เฉลิมพระเกียรติ กำกับดูแลโดยศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ 7. ทุนเล่าเรียนพระบาลี กำกับดูแลโดยกองบาลีสนามหลวง 8. ทุนสถาบันพระบาลีศึกษาดีเด่น กำกับดูแลโดยกองบาลีสนามหลวง และ 9. ทุนสำนักปฏิบัติธรรม/สถานปฏิบัติธรรมดีเด่นกำกับดูแลโดยศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ
การถวายทุนพระราชทานดำเนินการเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2547 โดยคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ได้จัดสรรทุน ให้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวน 76 ทุน และกองบาลีสนามหลวง อีกจำนวน 76 ทุน รวม 152 ทุน โดยได้ประกอบพิธีอัญเชิญทุนถวายพระสงฆ์เพื่อมอบให้แก่ พระภิกษุและสามเณรผู้ได้รับการคัดเลือก เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2547 การให้ทุนจะให้ติดต่อกันไปจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาถ้าผู้รับทุนผ่านการประเมินผลประจำปี จนถึงปี 2557 มีพระภิกษุสามเณรที่ได้รับทุนของโครงการฯ จำนวน 6,962 รูป
พระภิกษุและสามเณรที่ประสงค์จะสมัครรับทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยสามารถติดต่อได้ที่สถาบันการศึกษาของสงฆ์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยทุกวิทยาเขต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยทุกวิทยาเขต กองบาลีสนามหลวง กองธรรมสนามหลวง กองงานพระธรรมทูต และศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นไปตามข้อพิจารณาของแต่ละสถาบันสงฆ์
สำหรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ถวายกองผ้าป่ามหากุศลเป็นเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,156,405 บาท ซึ่งประกอบด้วยเงินบริจาคของ กฟผ. จำนวน 500,000 บาท รวมถึงเงินบริจาคของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และบริษัทในเครือ รวมทั้งชุมชนโดยรอบสำนักงานใหญ่ กฟผ. ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ จัดตั้งกองผ้าป่ามหากุศล เพื่อสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เพื่อสนองพระราชปณิธาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งโครงการฯ และจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ตลอดไป ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี รวมระยะเวลา 13 ปี มาแล้ว คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 12,701,376.24 บาท
สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธาที่จะทูลเกล้าฯ ถวายทุนทรัพย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สามารถโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพระบรมมหาราชวัง หมายเลขบัญชี 061 2 06592 5 ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนตะนาว หมายเลขบัญชี 111 4 14822 2 ธนาคารกสิกรไทย สาขาเสาชิงช้า หมายเลขบัญชี 004 2 37111 4 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาพาหุรัด หมายเลขบัญชี 003 1 15555 5ธนาคารกรุงไทย สาขาเสาชิงช้า หมายเลขบัญชี 159 0 00181 8 แล้วส่งสำเนาใบโอน พร้อมระบุชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการติดต่อกลับไปที่โครงการฯ ทางไปรษณีย์ โทรสาร หรืออีเมล
สถานที่ติดต่อ โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยทำเนียบองคมนตรี สำนักราชเลขาธิการ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์ 022207400 โทรสาร 022207403 อีเมล info@Kstm.or.th และ Kstminfo@gmail.com
ถ้าตัวเราเองไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย แต่ช่วยสนับสนุนพระเณรให้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ก็เท่ากับช่วยรักษาสืบต่อพระพุทธศาสนา ยิ่งถ้าตัวเองก็ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยด้วยแล้วสนับสนุนผู้อื่นด้วย ก็ประเสริฐที่สุดพระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตโต)
สุภาภรณ์ ไม้งาม : รายงาน