กฟผ. โรงไฟฟ้าวังน้อย กดปุ่มเปิดสวนไฟฟ้าพัฒนาสุขภาพโรงไฟฟ้าวังน้อย และเปิดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเป็นทางการแล้ว กว่า 90 ไร่ พร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทุกวัน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าวังน้อย เปิดสวนไฟฟ้าพัฒนาสุขภาพโรงไฟฟ้าวังน้อย และเปิดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเป็นทางการแล้ว กว่า 90 ไร่ พร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 ถึง 20.00 น. ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าวังน้อย ใส่ใจสุขภาพชุมชน โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างปอดใหม่ให้ชุมชน พร้อมเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นไม้หายากและอายุยืนที่อยู่ใน 16 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงไฟฟ้าวังน้อย นำโดยนายกิตติ ศุกร์แดง ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อยพร้อมผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน โรงไฟฟ้าวังน้อย จัดงานพิธีเปิดสวนไฟฟ้าพัฒนาสุขภาพ และพิธีเปิดศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับเกียรติจาก นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธาน พร้อมเยี่ยมชมฐานคนรักษ์พลังงาน ฐานคนรักษ์ป่ารักษ์น้ำ และฐานคนรักสุขภาพ โดยมี น.ส.เกษณภา มหารัตนวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน - 1 นายพลากร บุญห่อ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้า ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานจากส่วนกลาง กฟผ. รวมทั้ง หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มสตรีอำเภอวังน้อย ร่วมงาน ณ บริเวณสวนไฟฟ้าพัฒนาสุขภาพ โรงไฟฟ้าวังน้อย ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย เป็นสวนสาธารณะของชุมชน เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งสามารถเล่นกีฬาชนิดต่างๆ เช่น ฟุตบอล ตะกร้อ วอลเล่ย์บอล และบาสเกตบอล รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับต้นไม้หายากและอายุยืนที่อยู่ใน 16 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สำหรับ สวนไฟฟ้าพัฒนาสุขภาพโรงไฟฟ้าวังน้อย มีเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ ได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ ปี 2564 แล้วเสร็จในปี 2567 พร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 ถึง 20.00 น.ภายในสวน ประกอบด้วย สนามกีฬากลางแจ้ง สนามฟุตบอล ลานออกกำลังกาย ทางจักรยาน และเส้นทางสำหรับเดิน-วิ่งรอบสวน นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเรื่องการเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามศาสตร์พระราชา และการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก และอายุยืนที่อยู่ใน 16 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในอนาคตจะมีการจัดตั้งสถานีสาธิตระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเรื่องพลังงานหมุนเวียนต่อไป