นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน และตรวจเยี่ยมพื้นที่แก้มลิงเพิ่มรายได้ในพื้นที่เกษตรทุ่งรังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมเชิดชูเป็นแบบอย่างที่ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำทำให้เกิดอาชีพ เกิดผลผลิต สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งแนะเราต้องนำศาสตร์พระราชา มาบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ทั้งด้านน้ำ ด้านเกษตร และอุตสาหกรรม ซึ่งต้องมีอุตสาหกรรม ถ้าเราต่อต้าน เพื่อที่จะใช้ระบบพลังงานหมุนเวียนอย่างเดียวไม่ได้ พระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ประเทศไทยเรามีทรัพยากรธรรมชาติอย่างจำกัด แต่เราจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยต้องบริหารอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางปฏิบัติราชการในจังหวัดปทุมธานี ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ พร้อมพบปะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานี ในการนี้ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่แก้มลิงเพิ่มรายได้ในพื้นที่เกษตรทุ่งรังสิต 5 จุด ได้แก่ 1.คลองระพีพัฒน์แยกตก บริเวณประตูน้ำที่ 8 2.สวนปาล์มน้ำมัน และเรือดูดตะกอนเลนในร่องสวน 3.ลานปาล์มน้ำมันสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินหนองเสือ จำกัด 4.องค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ และ 5.เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนคลองรังสิต รวมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 และการบริหารจัดการน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคลองหลวง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ สถานีสูบน้ำคลอง 6 โรงสูบน้ำผลิตประปา อาคารสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อธิบดีกรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยนายวชิระ วุฒิเวทย์ วิศวกร ระดับ 11 ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าวังน้อย รวมทั้ง ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร องค์กรปกครองท้องถิ่น ประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานี จำนวนมาก ร่วมให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ โรงไฟฟ้าวังน้อยได้ร่วมบริจาคน้ำดื่มและอาหารว่าง ให้แก่ อบต.บึงชำอ้อ เพื่อไว้ให้บริการประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่มาต้อนรับนายกรัฐมนตรี ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในวันนี้ อยากจะทำความเข้าใจกับพวกเราว่าสถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในวันข้างหน้าจะมีการแข่งขันสูง ดังนั้น เราจะต้องมองภายนอกด้วย ส่วนภายในดี และมีความสำเร็จความดีที่ว่านั้นอาจจะสอดคล้องกับสถานการณ์ในวันนี้ คือ การถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งท่านจะคงอยู่กับพวกเราตลอดไปไม่ว่า บนฟ้า บนดิน ในน้ำ ท่านอยู่กับเราในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนได้รำลึกถึงพระองค์ท่านเสมอไป และถวายความจงรักภักดีกับพระองค์ใหม่รัชกาลที่ 10
วันนี้ประเทศไทยต้องเดิน 2 อย่าง ได้แก่ 1. ทำอย่างไรจะฟื้นฟูระบบเกษตรกรรมของเราให้ทันสมัย ให้ครบวงจร ให้มีรายได้ที่ดีขึ้น และเราต้องเข้าใจกลไกของตลาดโลกด้วย การผลิตข้าว และผลิตผลทางการเกษตรทุกอย่าง ซึ่งมี 2 ตลาด คือ ตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ แพงเกินไปก็ส่งออกไม่ได้ เราต้องกลับมาย้อนดูว่าต้นทางอยู่ตรงไหน และต้องสร้างกลไกความเชื่อมโยงกับท้องถิ่นให้ได้ คือ มีตัวแทนประชารัฐ ซึ่งกำลังขับเคลื่อนตรงนี้อยู่คือ โครงการประชารัฐ ที่เป็นการเปิดช่องทางให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงการตลาด ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ การสร้างศูนย์เทคโนโลยีชุมชน วันหน้าต้องขายของทางอีมาร์เก็ต และทางโทรศัพท์ ให้ได้ 2. ฟื้นฟูระบบสหกรณ์ และฟื้นฟูระบบของการจัดหาเครื่องมือทางการเกษตร
สำหรับระบบน้ำท่านถือว่าดีที่สุดของภาคกลาง คือ มีน้ำ มีระบบส่งน้ำ มีการบริหารจัดการในพื้นที่ และเป็นตัวอย่างให้หลายพื้นที่ในประเทศไทย แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยมีการบริหารจัดการน้ำอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ รัฐบาลตั้งโครงสร้างพื้นฐานของน้ำให้ทั่วครอบคลุมทุกพื้นที่ในเขตชลประทาน นอกเขตชลประทาน ด้วยแก้มลิงใหญ่ แก้มลิงเล็ก ระบบส่งน้ำไปพื้นที่ขนาดกลาง เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ถ้าหากประเทศทำแบบนี้ได้ดี
พร้อมกันนี้ ก็จะขอความร่วมมือระหว่างกันที่จะเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า ซึ่งผมคนเดียวทำไม่ได้ ผมต้องมีทีมงาน การทำงานต้องเป็น 2 ทาง คือ ข้างบนกับข้างล่าง ข้างล่างประสานกลไกประชารัฐ มีทางเลือกให้ประชาชนสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น และต้องเดินไปสู่สิ่งที่ท่านต้องการ คือ การกระจายอำนาจ
ทั้งนี้ เราต้องนำแนวทางพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศาสตร์พระราชา ทำให้มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ทั้งน้ำ ด้านเกษตร และอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งต้องมีอุตสาหกรรม ถ้าเราต่อต้าน เพื่อที่จะใช้ระบบพลังงานหมุนเวียนอย่างเดียวไม่ได้ พระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ประเทศไทยเรามีทรัพยากรธรรมชาติอย่างจำกัด แต่เราจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยต้องบริหารอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
ในครั้งนี้ผมมาดูท่านเป็นแบบอย่างที่ท่านได้น้อมนำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำทำให้เกิดอาชีพ เกิดผลผลิต ที่สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ โดยได้ใช้ประโยชน์จากคลองที่รัชกาลที่ 5 ทรงทำไว้ รวมทั้งโครงการแก้มลิงขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำพระราม 9 และการทำคลองซอย คลองย่อย นี่คือเป็นอนาคตของประเทศไทยทำให้มากขึ้น นำไปใช้ให้มากขึ้น พร้อมขอให้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ร่วมมือกับรัฐบาลนี้ เพื่อให้ภารกิจต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี