.jpg)
เด็กดีได้ต้องมีผู้ใหญ่นำ เด็กจะทำได้ต้องได้รับการฝึกฝนและเรียนรู้ อย่างโครงการ ค่ายเยาวชน รักษ์พลังงาน รักสิ่งแวดล้อมที่โรงไฟฟ้าวังน้อยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดย กฟผ. ได้นำเด็กๆ ไปเข้าค่ายฯ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงประจักษ์ และสามารถนำมาปฏิบัติและสื่อสารกับคนใกล้ชิดได้ นับว่าเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพความรู้นอกสถานที่นอกเหนือจากในโรงเรียน
โรงไฟฟ้าวังน้อย ร่วมกับ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ชั้นปีที่ 2 จำนวน 58คน จาก 5โรงเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าวังน้อย ได้แก่ โรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา) โรงเรียนวัดอู่ข้าว โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ และโรงเรียนวัดราษฎรบำรุง จัดกิจกรรม ค่ายเยาวชน รักษ์พลังงาน รักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นที่ 2ประจำปี 2558ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 17-19มิถุนายน 2558โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์สมชาย ดิษฐศร ที่ปรึกษาอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เป็นประธาน พร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่เครือข่ายเยาวชนที่ผ่านการเข้าอบรมในครั้งนี้
นายจิรศักดิ์ จิระวารี ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและปลูกฝังให้เยาวชนได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานไฟฟ้า และสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนของตนเอง พร้อมสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ กิจกรรมที่จัดขึ้นในอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อาทิ การระดมสมองความคิดร่วมกัน เรื่องการประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอผลงานของตนเอง กิจกรรมให้เด็กๆเข้าศึกษาเยี่ยมชมห้องนิทรรศการพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ห้องนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ห้องรู้ค่าพลังงาน ห้องประหยัดพลังงานเราทำได้ และห้องเทคโนโลยีพลังงานควรรู้
รวมทั้งศึกษานวัตกรรมด้านพลังงาน และศึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมทดลองตรวจสอบคุณภาพน้ำด้วยตนเอง พร้อมกันนี้ ยังได้เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน และเดินศึกษาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระบบนิเวศป่าชายเลน พร้อมกับปลูกป่าชายเลนในบริเวณพื้นที่อุทยานฯ
2 คืน กับ 3วัน กับโครงการค่ายเยาวชน รักษ์พลังงาน รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่นำโดย นายสานิตย์ กุศลไพศาล หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าวังน้อย และนางอัญชลี จิระภาพันธ์ วิทยากร ระดับ 9ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการพร้อมทีมงาน นำเด็กไปเข้าค่ายในครั้งนี้ คุณครู และนักเรียน ได้ร่วมแชร์ทัศนะและความรู้สึก ที่เข้าร่วมในค่ายนี้ โดยเริ่มจาก
 (Small).jpg)
นางเยาวรัตน์ หมะสัน อาจารย์โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ บอกว่า เป็นกิจกรรมที่ดีที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของพลังงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันว่า ต่อไปพลังงานอาจจะไม่มีเหลืออยู่แล้วเราจะหาพลังงานอะไรมาทดแทน ซึ่งทางโรงเรียนก็มีวิชาเรียนเพิ่มเติมเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม เด็กที่ได้มาเข้าค่ายก็สามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน ขยายผลให้กับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เกี่ยวกับวิธีการที่ใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ให้หมดไปในโลก
 (Small).jpg)
นางประทีป สุขโชค อาจารย์โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม กล่าวว่า เป็นประโยชน์กับนักเรียนที่ร่วมกิจกรรม 1. จะได้ความรู้เกี่ยวกับพลังงาน 2. เรื่องการบำบัดน้ำเสีย 3. การตรวจสอบคุณภาพน้ำ 4.วิธีการใช้พลังงานอย่างประหยัด และ 5. การอนุรักษ์พลังงาน
ส่วนการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มที่ใช้สมองระดมความคิดในการทำงานร่วมกัน สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ที่โรงเรียน และที่บ้านได้ ถ้ากลับไปก็จะให้เขาระดมความคิดว่าจะทำโครงการอะไรเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในโรงเรียนและที่บ้าน
ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เป็นสถานที่เหมาะกับการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้น ม.ต้น เพราะที่นี่มีฐานความรู้มาก และมีห้องนิทรรศการที่ให้ความรู้ต่างๆ
ขอบคุณ โรงไฟฟ้าวังน้อยที่สนับสนุนให้นักเรียนได้มีโอกาสมาศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่
.png)
นางเนตรชนก พุแค อาจารย์โรงเรียนวัดอู่ข้าว กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี น่าจะจัดต่อเนื่องทุกๆ ปี เพราะนักเรียนสามารถนำไปต่อยอดหรือขยายผลให้กับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้มา เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน หรือการตรวจสอบสภาพน้ำ ส่วนที่ช่วยประหยัดพลังงานคือเปิดไฟเท่าที่จำเป็น ไม่เปิดไฟ พัดลม น้ำ ทิ้งไว้ และสอนให้นักเรียนปิดไฟก่อนออกจากห้องเรียน
เป็นโครงการที่ดีมากๆ ซึ่งมาเป็นครั้งแรกทีแรกไม่อยากมา พอมาแล้วก็รู้สึกดีมาก ถ้าปีหน้าจัดอีกก็จะขอมาอีกค่ะ
 (Small).jpg)
นายชำนาญพงษ์ เจริญผล อาจารย์โรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา) กล่าวว่า เป็นโครงการที่ดี เพราะเด็กที่กลับไปก็จะเป็นแกนนำที่จะนำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับเพื่อน พ่อ แม่ และครู และถ่ายทอดให้กับชุมชน เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ และวิธีการบำบัดน้ำเสีย เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม การปลูกป่า การได้เห็นถึงธรรมชาติ สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราว่าทุกวันนี้ มีผลกระทบมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
ทุกวันนี้การประหยัดพลังงาน ประชากรเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีก็ล้ำหน้าสมัยใหม่ ทุกคนใช้พลังงานทุกวันอยากให้ช่วยกันลดการใช้พลังงานในอนาคตเราไม่รู้ว่าพลังงานอะไรที่จะหมดไป และมันจะเกิดผลรุนแรงมากน้อยเพียงใด ถ้าเริ่มวันนี้ได้อนาคตของลูกหลานจะได้มีพลังงานไว้ใช้ได้ตลอดไป
 (Small).jpg)
นายกานตรัตน์ จันทร์รุ่งเรือง อาจารย์โรงเรียนวัดราษฎรบำรุง กล่าวว่า โดยส่วนตัวที่บ้านจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งคุณพ่อทำให้เห็นตั้งแต่เด็กๆ เรื่องรักธรรมชาติ ปัจจุบันนี้น้อยคนนักที่จะมีจิตสำนึกที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมเกี่ยวกับเรื่องนี้
การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เด็กกลุ่มนี้สามารถไปบอกเพื่อนที่โรงเรียน และครอบครัวที่บ้านได้ว่าการประหยัดพลังงานมีความสำคัญอย่างไร และสามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ใช่แค่การพูดอย่างเดียว แต่ต้องปฏิบัติได้ด้วย จริงๆ พลังงาน คนไม่ได้นึกถึงก็จะคิดว่ามันไม่มีวันหมด ผมไม่ได้อยากจะมีโลกดีๆ ไว้ให้ลูกๆ หลานๆ สักเท่าไหร่ แต่ผมอยากให้เรามีลูกหลานดีๆ ไว้ให้โลกบ้าง เพราะโลกเราก็เหนื่อยมามากแล้วเหมือนกัน
ด.ญ. ธิยากร คนรู้ โรงเรียนวัดอู่ข้าว บอกว่า จะนำไปเสนอนโยบายให้กับโรงเรียนและชุมชนแถวบ้าน เกี่ยวกับการใช้พลังงานให้ประหยัด ถูกวิธี และถูกต้อง และการบำบัดน้ำเสียไม่ทิ้งขยะ น้ำทำอย่างไรไม่ให้เสีย ทำเกี่ยวกับพลังงานก็จะไปติดป้ายตามมุมโรงเรียน หรือตามชุมชน และจะบอกกล่าวตักเตือนคนที่เปิดไฟ เปิดพัดลมทิ้งไว้ ส่วนที่ช่วยประหยัดพลังงาน ช่วยตรวจดูแลห้องว่าห้องไหนเปิดไฟไว้บ้างก็จะช่วยปิด ตอนเช้าอีกวันก็จะมา บอกกล่าวตักเตือน
.png)
ด.ญ. กิตติยา ปิ่นวิเศษ โรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา) บอกว่า ได้ความรู้ ความสนุกสนาน ความสามัคคี มีเพื่อนใหม่ ชอบทุกกิจกรรม ที่ชอบมากคือ ปลูกป่าชายเลน ได้เห็นเป็นปู ปลาตีน และได้เห็นพรรณไม้ที่สำคัญในป่าชายเลน เช่น ต้นโกงกาง ถ้ากลับไปโรงเรียนจะไปบอกเพื่อนให้ช่วยกันปลูกป่าและช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ให้แยกทิ้งขยะให้เป็นประเภทๆ ค่ายนี้เป็นค่ายที่สนุก ได้รับความรู้มากมาย
.png)
ด.ญ. วันวิสา ทาสาจันทร์ โรงเรียนวัดราษฎรบำรุง บอกว่า จะนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันและนำไปปฏิบัติที่โรงเรียน ชอบกิจกรรม บ่อบำบัดน้ำเสีย เพราะเป็นการทำให้น้ำเสียกลับมาเป็นน้ำดีและสามารถนำกลับไปใช้ได้อีก จะนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ในโรงเรียนและในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และจะไปสอนให้เด็กๆ รุ่นต่อไปได้รับความรู้ และจะช่วยลดภาวะโลกร้อนโดยการไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ และก่อนออกจากห้องเรียนต้องตรวจดูไฟฟ้า และปิดทุกครั้งก่อนออกจากห้องเรียน
 (Small).jpg)
ด.ช. ธนบดี พรมสุภา โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ บอกว่า ทำให้มีจิตสำนึกในการรักษ์ป่ารักษ์พลังงาน และได้ประโยชน์เกี่ยวกับหญ้าแฝก และเกี่ยวกับต้นน้ำ ชอบกิจกรรมปลูกป่าชายเลน เพราะทำให้พื้นที่ทะเลไม่ถูกกัดเซาะ และยังช่วยให้สัตว์ได้มีที่อยู่อาศัย ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการไม่ไปเหยียบต้นไม้ หรือถ้าเราไปเหยียบก็ต้องปลูกใหม่ทดแทน ไม่ลายป่า และฆ่าสัตว์
ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่กับเราต่อไป เราจะได้มีพลังงานไว้ใช้นานๆ
.jpg)
ด.ช. ภูริวัฒน์ ทองย้อย โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม บอกว่า จะนำความรู้จากการเข้าค่ายไปเผยแพร่ในโรงเรียนว่าพลังงานและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างไร และมีประโยชนอย่างไร กิจกรรมที่ชอบคือ ปลูกป่าชายเลนช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้ป่าชายเลนอยู่กับเราได้อีกนานๆ พลังงานมีค่า ควรใช้พลังงานให้คุ้มค่า เพราะพลังงานเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันขอให้ช่วยกันประหยัด เพื่อวันข้างหน้าเราจะได้มีไฟฟ้าใช้
ดังนั้น เยาวชนถือเป็น เครือข่ายเยาวชนสื่อสารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง ให้น่าอยู่ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และยั่งยืน โดยเริ่มจากตัวเรา ครอบครัวและขยายสู่สังคมต่อไป
สุภาภรณ์ ไม้งาม รายงาน