สุดยอด จ.พระนครศรีอยุธยา ชุมชนต้นแบบ ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

อะไรเอ่ย หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน หลายคนคงรู้คำตอบกันดีเพราะเป็นคำถามยอดฮิต อาชีพชาวนาถือว่าเป็นอาชีพที่ของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งต้องใช้ความขยัน มานะ และอดทนสูง ยิ่งตอนนี้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล น้ำแล้งเกษตรกรก็ยิ่งลำบากไม่สามารถทำนาได้ ซึ่งในที่นี้โรงไฟฟ้าวังน้อยจะขอพาท่านไปรู้จักกับอำเภอต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการลดต้นทุนการผลิต และการเพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยได้รางวัลชนะเลิศที่ 2 การันตี จากกรมการข้าว ในกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดีเด่น และเป็นอำเภอเดียวที่ทำเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งศูนย์ราชการ

นายสมนึก บรรจงศิริ ในฐานะเลขานุการ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตำบลนครหลวง ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการลดต้นทุน และการเพิ่มผลผลิตข้าว เล่าให้ฟังถึงที่มาของการจัดตั้งกลุ่มว่า เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ จำนวน 11 คน โดยมี นายสาคร ขำศรีพงษ์ กำนันตำบลนครหลวง เป็นประธาน ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ที่ บ้านบึงบัว ม.9 ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสถานที่แห่งนี้ยังได้จัดให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้แก่ผู้สนใจด้วย

สำหรับการจัดตั้งกลุ่มเมล็ดพันธุ์ข้าวนี้ เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ดีตรงตามพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน และเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน อีกทั้งเป็นการสร้างความสามัคคีในการทำงานเป็นกลุ่มอีกด้วย

นายสมนึก ยังบอกต่ออีกว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้กลุ่มอยู่ได้เพราะ ใช้ความซื่อสัตย์ ความสามัคคี และใส่ใจในการทำงานให้ได้ผลมากที่สุดพร้อมยังพูดด้วยความภาคภูมิใจด้วยว่า อำเภอนครหลวงเป็นอำเภอเดียวที่ทำเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งศูนย์ราชการ และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้วยกัน โดยมีรางวัลชนะเลิศที่ 2 ระดับกลุ่มศูนย์ (ภาคกลาง) ประเภทกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดีเด่น ของกรมการข้าว การันตี

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ทางศูนย์ลพบุรีให้ปลูกคือ ปทุมธานี 1 โดยในกลุ่มได้ดำเนินการปลูกกันเองในพื้นที่จำนวน 300 กว่าไร่ เฉลี่ยราคาต้นทุนอยู่ที่ 3,500 บาทต่อตัน ขายได้ราคาสูงถึงเกวียนละ ๑๓,๕๐๐ บาท

นายสมนึก ยังได้แนะนำแนวทางการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตข้าว ด้วยวิธีการทำนาโดยใช้เครื่องหยอดเมล็ดข้าว ซึ่งเป็นวิธีการผสมผสานข้อดีระหว่างการทำนาแบบปักดำและการทำนาแบบหว่านน้ำตมเข้าด้วยกัน

สำหรับขั้นตอนในการทำนาหยอดโดยเริ่มจาก 1. เตรียมดิน ตามวิธีการปกติเหมือนการทำนาหว่านน้ำตม 2. นำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่น้ำและบ่ม เช่นเดียวกับการทำนาหว่านน้ำตม ข้อควรระวังคือ ต้องไม่ให้เมล็ดพันธุ์ข้าวงอกรากยาวเกินไป เพราะจะทำให้เมล็ดข้าวติดค้างในรูที่เจาะไว้ ไม่หล่นจากเครื่องหยอด 3. นำเมล็ดข้าวที่เพาะไว้ กรอกลงในกระบอกของเครื่องหยอดเมล็ดข้าว ซึ่งบรรจุเมล็ดข้าวได้ประมาณ 7 ลิตร ปลูกได้เป็นพื้นที่ประมาณเกือบ 1 ไร่ และ 4. การดูแล เหมือนการทำนาหว่านน้ำตม

ทั้งนี้ ข้อดี ของการทำนาหยอดคือ 1. สามารถทำการตรวจคัดพันธุ์ปนได้ง่าย เนื่องจากนาหยอดจะมีระยะห่างระหว่างแถว กอ ใกล้เคียงกับการทำนาดำ (สามารถปรับระยะได้ตามความต้องการโดยการกำหนดระยะห่างในการเจาะรู) 2. โรคและแมลงศัตรูข้าวรบกวนน้อย 3. ประหยัดเมล็ดพันธุ์ โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 8 กก. /ไร่ และ 4. ลดต้นทุนในการปลูก เมื่อเทียบกันการใช้รถดำนา

ข้อจำกัด ของการทำนาหยอด คือ 1. ใช้เวลานาน เมื่อเทียบกับการทำนาแบบหว่านน้ำตม หรือใช้รถดำนา และ 2. สิ้นเปลืองกำลังมากในการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว เนื่องจากต้องใช้แรงงานคนในการลากเครื่องหยอด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่นาด้วย

ส่วนประกอบและการทำงาน คือ 1. ชุดเฟืองหมุนในการทำงาน 2. โครงตัวเครื่องพร้อมล้อเหล็ก 2 ด้าน ขนาด 26 นิ้ว 3. กระบอกบรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าว (ท่อ PVC) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว จำนวน 3 กระบอก เจาะฝาปิด-เปิด เพื่อใช้บรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่ละกระบอกทำการเจาะรูเพื่อให้เมล็ดข้าวหล่น โดยกำหนดระยะห่างระหว่าง 20 ซม. ระยะห่างระหว่างกอ 25 ซม. และ 4. ทำงานโดยการลาก เพื่อให้กระบอกหมุนและเมล็ดข้าวหล่นลงบนแปลง

พร้อมกันนี้ขอแนะนำเกษตรกร ที่มีความประสงค์จะซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกไปปลูก ควรเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ดีและได้มาตรฐาน เช่น ซื้อจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี หรือกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตำบลนครหลวง โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กำนันสาคร โทร.0861211838 ซึ่งจะได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีแน่นอน

ในการนี้ กฟผ. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกร พร้อมส่งเสริมอาชีพเกษตรกร และดูแลชุมให้อยู่ดีกินดี โดยเมื่อเร็วๆ นี้ โรงไฟฟ้าวังน้อย นำโดย นายสานิตย์ กุศลไพศาล หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ พร้อมทีมงาน ได้พาตัวแทนเกษตรกร อำเภอวังน้อย ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่เกษตรกร และพร้อมที่จะนำองค์ความรู้ดังกล่าว ไปปรับปรุงและพัฒนาในการทำนาของตนเองต่อไป

สุภาภรณ์ ไม้งาม รายงาน


ผู้รับผิดชอบข้อมูล : นายกิตติ ศุกร์แดง(ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย)

ผู้ดูแลข้อมูล : นางพิริยา เสนะรัตน์ โทร.02-4368747 ต่อ 2040 email : phiriya.s@egat.co.th (หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์)

ผู้ดูแลเว็บไซต์ : นายนรเศรษฐ์ ธนาเดชาพงศ์ โทร.02-4368747 ต่อ 2080 email : norasaet.tha@egat.co.th (เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ)