.jpg)
.jpg)
.jpg)
สภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และวิกฤตพลังงานที่กำลังจะหมดไป เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ย่อมเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และจัดการทรัพยากรทุกชนิดที่มีอยู่อย่างฉลาด ประหยัด มีประสิทธิภาพ และเป็นไปอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ จึงได้เกิดความร่วมมือจาก 4หน่วยงานหลัก ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) สมาคมพัฒนาศักยภาพและอัจฉริยภาพมนุษย์ และกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายองค์กรเด็กและเยาวชน และองค์กรพัฒนาเยาวชนอีกหลายแห่ง ก่อตั้งโครงการ Move World Together ขึ้น เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านสำนึกพลเมือง การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ การพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ การสร้างความเข้าใจเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์
โรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา)
โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม
ทั้งนี้ โครงการ Move World Together ได้จัดให้มีกิจกรรมการเข้าค่ายอบรมผู้นำเยาวชน เพื่อโลกที่ยั่งยืน อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่ 5ของการจัดกิจกรรม ซึ่งมีเยาวชนจากทั่วทุกภูมิภาคสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยค่ายอบรมผู้นำเยาวชน เพื่อโลกที่ยั่งยืน สำหรับเยาวชนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ถึง 13พฤษภาคม 2559ซึ่งโรงไฟฟ้าวังน้อยได้นำตัวแทนครูและนักเรียนจากโรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ โรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมกิจกรรม ณ เดอะไพน์ รีสอร์ท จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. เป็นประธาน
สำหรับกิจกรรมภายในค่ายประกอบด้วย การจุดประกายการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ วัดแววอัจฉริยภาพเพื่อค้นหาศักยภาพของตนเอง ฝึกคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงอย่างสร้างสรรค์ เข้าถึงแก่นความรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างง่ายดาย ระเบิดไอเดียเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยโครงงานแปลกๆ ใหม่ๆ จะได้รับทุนสนับสนุนและส่งเสริมจนจดอนุสิทธิบัตร และส่งเข้าประกวดระดับนานาชาติ รวมไปถึงเพิ่มโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ
นางเสาวรักษ์ ชุนสนิท หัวหน้ากลุ่มสาระฯ วิทยาศาสตร์ โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ กล่าวว่า โครงการ Move World Together ถือเป็นโครงการที่ดี ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญในการพัฒนาเด็กแล้ว ยังให้ความสำคัญกับครู ผู้เปรียบเสมือนตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนให้เด็กมีคุณภาพ มีกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ โดยได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การเข้าค่ายครั้งนี้ เราไม่เน้นว่าโครงการของเด็กจะต้องผ่านการคัดเลือก แต่เราเน้นว่าเด็กจะต้องได้กระบวนการคิดและการทำงานกลับไป ในส่วนของครูก็ได้กระบวนการจัดการเรียนการสอน สามารถนำไปพัฒนากิจกรรมในวิชาที่สอนได้ โดยเฉพาะวิชาเพิ่มเติมพลังงานและสิ่งแวดล้อม
นายสุเทพ โตไธสง ครูโรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา) กล่าวว่า Move World Together ช่วยพัฒนาเด็กให้มีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ และพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งโรงไฟฟ้าวังน้อยก็ได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี รู้สึกประทับใจ และสนใจจะเข้าร่วมกิจกรรมอีกในปีต่อไป
นางลดาวัลย์ ช่วยชู ครูโรงเรียนหนองเสือวิทยาคม กล่าวว่า โครงการ Move World Together ทำให้เด็กรู้จักตนเอง มีการคิดที่เป็นระบบอย่างสร้างสรรค์ อดทน พยายาม เพราะในการทำกิจกรรมจะไม่ให้ครูเข้าไปมีส่วนร่วมกับเด็ก ทำให้เด็กคิดเองทำเอง และได้รู้จักเพื่อนต่างโรงเรียนมากขึ้น นอกจากนี้ ในอนาคต อยากให้โรงไฟฟ้าฯ สนับสนุนโรงเรียนในเรื่องการจัดฝึกอบรม และสถานที่ศึกษาดูงานต่อไป
น.ส. จิราภา ใจเพ็ชร (หมวย) ม.6โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ กล่าวว่า โครงการ Move world Together ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า สิ่งประดิษฐ์และการนำไปประยุกต์ใช้ โดยกิจกรรมที่ชอบมากที่สุด คือ กิจกรรมนันทนาการ ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มตามสีเพื่อทำกิจกรรม ทำให้ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่ทางกลุ่มได้ช่วยกันคิดค้น คือ สเปรย์ต้นโสน สำหรับฉีดเสื้อผ้าที่มีแบคทีเรีย เพราะจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีต้นโสนขึ้นเป็นจำนวนมาก และเป็นต้นไม้ประจำจังหวัด คนจะนิยมบริโภคเฉพาะดอกโสน แต่ลำต้นไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร จึงเกิดไอเดียนำเยื่อของต้นไปทำสเปรย์กำจัดแบคทีเรีย
น.ส. ฟองนภา โสภา (ปลาย) ม.4โรงเรียนวังน้อย (พนมยงค์วิทยา) กล่าวว่า การมาเข้าค่ายครั้งนี้ได้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับวิชาการ และกิจกรรมนันทนาการ มีกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม และมีกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ด้านต่างๆ โดยกิจกรรมที่ชอบมากที่สุด คือ การสร้างสรรค์โครงงาน ซึ่งทางกลุ่มได้คิดวิธีที่จะช่วยให้ชาวนาปลูกข้าวได้ผลผลิตที่ดีขึ้น โดยรณรงค์ให้ชาวนารู้จักวิธีใช้ปุ๋ยบำรุงดิน การใช้น้ำให้เหมาะสมกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูก ขอขอบคุณโรงไฟฟ้าวังน้อยที่เปิดโอกาสให้โรงเรียนได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ และอยากให้จัดกิจกรรมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
นายภัทรกร หิรัญพงษ์ (สอง) ม.5โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม กล่าวว่า การเข้าค่ายทั้ง 5วัน ทำให้ได้รับประสบการณ์เรื่องการเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม และรู้จักช่วยเหลือกันในทีม ได้รู้จักเพื่อนใหม่ เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ทุบภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ในตัวเราเพื่อเปิดรับเพื่อนต่างโรงเรียน ทำให้เราเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ได้ทำงานร่วมกัน และแสดงออกถึงศักยภาพของแต่ละบุคคล โดยทางกลุ่มโรงเรียนหนองเสือฯ ได้คิดค้นวิธีการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งภายในน้ำอาจมีสารที่เรามองไม่เห็น เราต้องทำการวิจัยเพื่อหาสิ่งที่จะไปกำจัดสารภายในน้ำตัวนี้ สุดท้าย ขอขอบคุณโรงไฟฟ้าวังน้อยที่ได้ให้โอกาสพามาเข้าค่ายครั้งนี้ หากไม่ได้มาก็คงไม่รู้ว่าโครงการนี้มีดีอย่างไร