โรงไฟฟ้าวังน้อยจัดงานครบรอบรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าฯ ปีที่ 17 โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร และอดีตผู้บริหารของ กฟผ. ตลอดจนตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ร่วมแสดงความยินดี ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าวังน้อย ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้แก่พื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย สำหรับ 17 ปีที่ผ่านมา สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความเข้าใจ รวมทั้งยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าฯ ให้ดีขึ้นด้วย
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2558 โรงไฟฟ้าวังน้อย จัดงานครบรอบรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าฯ ปีที่ 17 โดยได้รับเกียรติจาก นายวิชาญ ศิริกระจ่าง ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นประธานในพิธีบวงสรวงท่านท้าวพรหมมินทร์ และพิธีไหว้ศาลพระภูมิ พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจาก นายพล คงเสือ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 3 เป็นประธานในพิธีสงฆ์ โดยมีผู้บริหาร และอดีตผู้บริหาร กฟผ. ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนรอบๆ โรงไฟฟ้าฯ รวมทั้งสื่อมวลชน มอบกระเช้าร่วมแสดงความยินดี ณ อาคารที่ทำการกองผลิต 2
ทั้งนี้ นับตั้งแต่โรงไฟฟ้าวังน้อยเริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์ประธานในรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าวังน้อย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2541 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 17 ปีแล้ว โรงไฟฟ้าวังน้อยถือเป็นความภาคภูมิใจของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้แก่พื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย อีกทั้งได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าฯ อย่างต่อเนื่อง
นายพล คงเสือ ในฐานะอดีตผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย กล่าวว่า 17 ปีที่ผ่านมาของโรงไฟฟ้าวังน้อย สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความเข้าใจอันดีระหว่างกัน แม้จะมีปัญหาในช่วงแรก คือ กรณีของสวนส้ม ซึ่งเราก็ได้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาช่วยทำการวิจัย และพบว่า การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าวังน้อยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสวนส้ม แต่เกิดจากการบริหารจัดการภายในสวน และเรื่องการปล่อยควันพิษในเวลากลางคืน ทางโรงไฟฟ้าฯ ก็ได้ใช้เวลาพิสูจน์ และแสดงให้ชุมชนเห็นว่า ควันที่เห็น คือ น้ำที่ระเหยจากหอหล่อเย็น ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ชุมชนก็มีความเข้าใจเป็นอย่างดี และส่งผลให้ในระยะหลังสัมพันธภาพระหว่างชุมชนกับโรงไฟฟ้าฯ ดีขึ้น จนกระทั่งชุมชนเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 เพราะฉะนั้น ในวันนี้ เราจึงมั่นใจได้ว่า โรงไฟฟ้าวังน้อยจะอยู่ร่วมกับชุมชนได้ รวมไปถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ใช้ ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ เนื่องจากโรงไฟฟ้าวังน้อยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง และเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน จึงอยากให้โรงไฟฟ้าวังน้อยเป็นสถานที่ในการเรียนรู้ของประชาชนว่าโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อนิเวศวิทยา หรือคุณภาพชีวิตของประชาชนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้อยากฝากให้ผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าวังน้อยทุกคน ช่วยกันดูแลสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชนที่จะมาเรียนรู้ ซึ่งหากชุมชนในวันนี้มีความไว้วางใจต่อโรงไฟฟ้า ก็จะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นตามมา
.jpg)
นายวิชาญ ศิริกระจ่าง กล่าวว่า โรงไฟฟ้าวังน้อยถือเป็นกำลังหลักสำคัญในเขตพื้นที่ภาคกลาง ครอบคลุมจังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับเป้าหมายในอนาคต โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 1-3 จะต้องปลดประจำการ โดยจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ขึ้นมาทดแทนในปี 2566-2568 ตามลำดับ ตามแผน PDP 2015